Services

การจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Calculation)

คาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือ รอยเท้าคาร์บอน เป็นฉลากสิ่งแวดล้อม* ประเภทที่ 3 ที่ออกให้กับสินค้าหรือบริการเพื่อแสดงว่าสินค้าหรือบริการนั้นมีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งประเมินในรูปของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าออกมาในปริมาณเท่าใดตลอดทั้งวัฏจักรชีวิตโดยใช้ LCA เป็นเครื่องมือ

ฉลากสิ่งแวดล้อมเป็นเครื่องมือในการสื่อสารถึงผู้บริโภคว่าสินค้าหรือบริการแต่ละชนิด ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ฉลากสิ่งแวดล้อมบางชนิดยังสามารถชี้เฉพาะเจาะจงถึงกิจกรรมที่สินค้าหรือบริการนั้นมีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากคู่แข่งขันรายอื่นในประเด็นสิ่งแวดล้อมที่เฉพาะเจาะจงอีกด้วย ฉลากสิ่งแวดล้อมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท คือ

ฉลากประเภทที่ 1 เป็นฉลากสิ่งแวดล้อมที่คนกลางเป็นผู้ออก ซึ่งให้การรับรองว่าสินค้านั้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อเทียบกับสินค้าประเภทเดียวกัน สำหรับฉลากประเภทนี้ในประเทศไทย ได้แก่ ฉลากเขียว ซึ่งในปัจจุบันเองก็มีสินค้าหลายประเภทที่ได้รับอนุมัติให้ติดฉลากดังกล่าว และทางภาครัฐเองก็ให้การสนับสนุนโดยการรณรงค์ให้หน่วยงานราชการให้พิจารณาจัดซื้อจัดจ้างสินค้าหรือบริการสีเขียวอีกด้วย

ฉลากประเภทที่ 2 เป็นฉลากที่ผู้ผลิตสินค้าเป็นผู้ออก (Self Declare) เพื่อเป็นการสื่อสารให้ผู้บริโภคได้รับทราบว่าสินค้าของตนเองเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การออกฉลากประเภทนี้ผู้ผลิตสินค้าหรือบริการสามารถเป็นผู้ออกฉลากได้เอง โดยพิจารณาประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นจุดเด่นในสินค้าหรือบริการของตนเอง และทำการออกแบบฉลากเพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารสู่ผู้บริโภค

ฉลากประเภทที่ 3 เป็นฉลากที่ต้องอาศัยการประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA) เพื่อประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด ได้แก่ ฉลากคาร์บอนและคาร์บอนฟุตพริ้นท์

ฉลากประเภทที่ 4 เป็นฉลากสิ่งแวดล้อมที่บ่งชี้ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ เช่น ฉลากประหยัดไฟ หรือ Energy Star ในผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า

นับได้ว่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์เป็นของใหม่สำหรับคนไทย ก๊าซเรือนกระจกที่กำหนดอยู่ในข้อตกลงของพิธีสารเกียวโตมีทั้งสิ้น 6 ชนิด โดยก๊าซแต่ละชนิดก็จะถูกเปรียบเทียบค่าศักยภาพที่ทำให้เกิดโลกร้อนโดยเทียบกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในหน่วยของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ดังนี้

ชนิดของก๊าซเรือนกระจก ศักยภาพที่ทำให้เกิดโลกร้อน*
คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) 1
มีเทน (CH4) 25
ไนตรัสออกไซด์ (N2O) 298
ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs) 124-14,800
ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SF6) 22,800
เพอร์ฟลูออโรคาร์บอน (PFCs) 7,390-12,200
*เทียบเท่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ที่มา: IPCC, 2007

พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol)
พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) ซึ่งเป็นมาตรการทางกฎหมายที่ดำเนินการเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายในการรับมือกับภาวะโลกร้อน โดยประกาศในข้อตกลงว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกขององค์การสหประชาชาติ (United Nations Framework Convention on Climate Change-UNFCCC) ซึ่งมีเป้าหมายไว้ที่การลดอุณหภูมิในเฉลี่ยของโลกให้ได้ 0.02 – 0.028 องศาเซลเซียสในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050)

พิธีสารเกียวโตตั้งขึ้นตามชื่อของสถานที่ที่ใช้ในการเจรจาซึ่งในครั้งนั้นผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 100,000 คน ร่วมกับรัฐมนตรีจากประเทศต่าง 125 ท่าน โดยมีเนื้อหาที่จะบังคับใช้เมื่อมีการให้สัตยาบันของประเทสต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 55 ประเทศ และประเทศเหล่านั้นต้องเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 55 ของปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกในขณะนั้น ซึ่งประเทศสุดท้ายที่มีการให้สัตยาบันคือประเทศรัสเซียที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 17 ทำให้พิธีสารดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005)

ประเทศไทยได้ลงนามรับรองพิธีสารเกียวโต เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 และได้ให้สัตยาบันเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2545 ในฐานะภาคีสมาชิกในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และเนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศนอกกลุ่มที่กำหนดไว้ในภาคผนวก 1 ประเทศไทยจึงไม่อยู่ในขอบข่ายของประเทศที่ต้องลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในช่วงพันธกรณีแรก พ.ศ. 2551 – พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2008 – ค.ศ. 2012) เหมือนกับประเทศในภาคผนวกที่ 1

การออกฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์มีจุดประสงค์เพื่อสื่อสารให้ผู้บริโภคได้รับทราบว่าสินค้าหรือบริการนั้นมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อนมากน้อยเพียงใด เพื่อให้ผู้บริโภคทำการตัดสินใจก่อนการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการโดยเปรียบเทียบกับสินค้าของผู้ผลิตอื่นที่มีคุณภาพและลักษณะการใช้งานเหมือนกัน

การติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ยังนับได้ว่าเป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้าของตนออกสู่ตลาดโลก เนื่องจากในปัจจุบันในหลายประเทศมีมาตรการสนับสนุนให้มีการจำหน่ายสินค้าที่ติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ แคนาดา ญี่ปุ่น และเกาหลี และในหลายประเทศก็มีการเรียกร้องให้สินค้าที่ผลิตจากประเทศไทยมีการติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์อีกด้วย นับได้ว่าการติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์จะเป็นการเพิ่มโอกาสและข้อได้เปรียบทางการค้าจากคู่แข่ง

หากมองในแง่ของผู้ผลิตที่เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบเพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตสินค้าหรือบริการปลายน้ำแล้ว ก็นับว่าฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้เข้ามามีบทบาทต่อช่องทางธุรกิจดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กล่าวคือหากผู้ผลิตสินค้าหรือบริการปลายน้ำมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของวัตถุดิบเพื่อการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของตนเอง ผู้ผลิตสินค้าปลายน้ำย่อมสามารถเรียกหาข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากผู้จำหน่ายวัตถุดิบให้แก่ตนเองได้ด้วยด้วย เช่น บริษัท ก เป็นผู้ผลิตน้ำยางข้นแล้วจำหน่ายให้บริษัท ข ซึ่งเป็นผู้ผลิตถุงยางอนามัย และบริษัท ค ผู้ผลิตถุงมือยางธรรมชาติ แล้ว บริษัท ข และบริษัท ค ก็สามารถเรียกขอข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของน้ำยางข้นที่ได้รับซื้อมาจากบริษัท ก เพื่อนำมาคำนวณผนวกเข้าเป็นคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ถุงยางอนามัยหรือถุงมือยางของตนเองได้

หากมองในแง่ประโยชน์ของประเทศชาติที่จะได้รับจากกิจกรรมการดำเนินงานด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์แล้วอาจกล่าวได้ว่า หากประเทศไทยมีการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างจริงจัง และมีการเก็บรวบรวมฐานข้อมูลที่เด่นชัดแล้วยังจะช่วยให้ประเทศไทยมีอำนาจต่อรองในประเด็นการแก้ไขภาวะโลกร้อนในเวทีระดับโลกได้ นอกจากนี้แล้วความหมายของฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่แสดงถึงปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้งสายการผลิต ยังเป็นแรงผลักดันให้ผู้ผลิตสินค้าหรือบริการ พยายามหาช่องทางในการปรับปรุงและพัฒนาสินค้าหรือบริการของตนให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการใช้ทรัพยากรและวัตถุดิบอย่างมีคุณค่ามากที่สุด นับได้ว่าการประเมินและการขอรับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์เป็นแรงผลักดันให้ก้าวไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

หน่วยงานที่รับผิดชอบการอนุมัติฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของประเทศไทยคือ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่ให้คำปรึกษา รวมถึงติดตามผลและส่งเสริมการพัฒนาโครงการเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการในการลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ผู้สนใจขอรับฉลากสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพื่อการขึ้นทะเบียนและชำระธรรมเนียมและค่าดำเนินการตามที่ อบก. กำหนด ทั้งนี้การขอรับฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์มีขั้นตอนการดำเนินงานดังแสดงในแผนภาพ

เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่ได้รับรับอนุมัติมีอายุสัญญาการใช้งาน 2 ปี และเมื่อพ้นกำหนดดังกล่าวแล้ว ผู้ขอรับการรับรองจะต้องทำการต่ออายุ เพื่อให้สามารถใช้ฉลากดังกล่าวต่อไปได้อีก หรืออาจทำการประเมินและขอรรับการรับรองใหม่ก้ได้